ตัวรวบรวมแหล่งข่าว

ฝึกการรักษาความสะอาดของลูกน้อยให้ดูแลเรื่องฟันและการกินขนมหวาน

บ้านสวนพอเพียง - 16 กันยายน, 2021 - 21:41
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

ความเป็นพ่อเป็นแม่ สิ่งที่กังวลที่สุด ตั้งแต่ตอนทราบว่าตั้งครรภ์และกำลังมีลูกน้อย ความห่วงและความกังวลใจจะตกไปอยู่ที่เรื่องของลูกน้อยเป็นหลัก ว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงและสมบูรณ์ดีหรือไม่ คุณแม่รับประทานอาหารที่มีสารอาหารเพียงพอต่อลูกน้อยในครรภ์หรือเปล่า และอาหารประเภทใดที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะเสี่ยงต่ออันตรายที่จะเกิดต่อลูกในท้องได้

เมื่อการเลี้ยงและดูแลเด็กตั้งแต่วัยทารกจนกระทั่งเติบโตเจริญวัย แต่ละก้าวของความเจริญเติบโตของเด็กๆนั้น ต่างก็มีความสำคัญต่อพ่อแม่เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้วพ่อแม่จึงต้องใส่ใจสุขภาพและการรักษาความสะอาดที่เป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขอนามัยที่ดี โดยเฉพาะเนื่องการดูแลและทำความสะอาดฟันและช่องปาก เพราะเด็กๆนั้นชอบรับประทานขนมและของหวาน และไม่ชอบการแปรงฟัน อาจนำมาซึ่งการเกิดฟันผุในเด็กและต้องถอนฟัน หรือที่เรียกว่า tooth extraction ออกได้ ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพฟันในเด็กเท่านั้นที่พ่อแม่ต้องกังวล แต่ยังรวมไปถึงโรคอ้วนในวัยเด็กอีกด้วย ซึ่งทางเว็บไซต์ bumrungrad ได้แชร์บทความไว้ว่า สาเหตุของโรคอ้วนในเด็ก โรคอ้วนในเด็กเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆเกิดจากปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม คือการกินมากกว่าที่ใช้ไปและวิถีชีวิตแบบนั่งๆนอนๆ (Sedentary Lifestyle) ไม่ว่าเป็นการเล่นวิดีโอเกม ดูทีวี เล่นไอแพดเป็นเวลานานโดยขาดการออกกำลังกาย นอกจากนี้เด็กบางคนอาจมีปัญหาทางจิตใจ เช่น อาการซึมเศร้า ทำให้กินมากเกินไป ส่วนสาเหตุของโรคอ้วนอื่นๆพบได้น้อยมาก เช่น เกิดจากความผิดปกติทางฮอร์โมน , เป็นโรคทางสมอง ทำให้กินไม่รู้จักอิ่ม หรือเกิดจากความบกพร่องทางพันธุกรรมบางอย่าง ยีนผิดปกติ เช่น Prader Willi syndrome หรือ ขาดยีนบางอย่าง การวินิจฉัยว่าเด็กเป็นโรคอ้วนหรือไม่ให้พิจารณาน้ำหนักเทียบกับส่วนสูง การวัดค่าความอ้วนทำได้ด้วยการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI) แล้วนำไปเปรียบเทียบกับกราฟ BMI แยกตามเพศและอายุว่าอยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ที่เท่าไหร่ ถ้าเกินเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85-95 ของเกณฑ์ถือว่าอยู่ในระยะอวบ แต่ถ้าเกินเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 ของเกณฑ์ถือว่าอ้วน นอกจากนี้แพทย์ยังอาจทำการตรวจเลือดเพื่อดูเบาหวาน ระดับไขมันในเลือด ค่าตับ ค่าไต ฮอร์โมนคอร์ติซอลและระดับวิตามินดี รวมถึงตรวจว่ามีปัญหาไทรอยด์หรือไม่ ประกอบกับการสอบถามประวัติ เช่น ประวัติความเจ็บป่วยในครอบครัว สภาพจิตใจของเด็ก เป็นต้น ปัญหาด้านสุขภาพที่เกิดจากโรคอ้วนในเด็ก ก็มีทั้ง ไขมันในเลือดสูง ทำให้มีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ความดันโลหิตสูง เบาหวานที่เกิดจากความอ้วน หยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ภาวะไขมันพอกตับ ขาดวิตามินดี ทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตัวเอง เพราะถูกเพื่อนล้อและอาจมีอาการซึมเศร้าตามมาได้ ในเด็กโตเพศหญิงจะเสี่ยงต่อภาวะ Polycystic Ovary Syndrome (PCOS) หรือภาวะที่รังไข่สร้างฮอร์โมนเพศชายออกมามากเกินไปทำให้ไข่ไม่ตก สังเกตได้จากเด็กประจำเดือนมาผิดปกติ ขนดกและสิวเยอะ



เพิ่มเสน่ห์แห่งรอยยิ้มและความมั่นใจด้วยการดูแลสุขภาพฟันให้เรียงสวย

บ้านสวนพอเพียง - 16 กันยายน, 2021 - 21:38
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

 

เราต้องยอมรับว่า รูปลักษณ์หน้าตาภายนอกนั้น เป็น 1 ในปัจจัยหลักที่โอกาสและสิ่งต่างๆในชีวิตได้เข้ามาสู่กลุ่มคนที่มีหน้าตาและรูปร่างที่ดีตาม beauty standard ของสังคมนั้นๆ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก เพราะความสามารถและความฉลาดมักจะโดดเด่นออกมาเสมอ และสิ่งที่ทุกคนมีเหมือนๆกันนั้นก็คือ เสน่ห์ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน บางคนมีรูปหน้าที่มีโหนกแก้มสวยเก๋ บางคนมีตาที่กลมโต บางคนมีรูปปากกระจับอวบอิ่ม

การเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเองนั้นสามารถทำได้ไม่ยาก ตราบใดที่เรารักในตัวตน และให้เกียรติตัวเอง เสน่ห์ที่เราทุกคนมีนั้นก็คือ รอยยิ้ม ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ เพียงแค่ยิ้มออกมาอย่างจริงใจ และหากเราต้องการรอยยิ้มที่เพิ่มความมั่นใจมากยิ่งขึ้นไปอีก การเลือกทำวีเนียร์ให้ฟันเรียงสวยก็จะยิ่งช่วยให้เสน่ห์รอยยิ้มของเรามีมากขึ้นไปอีก แต่ถ้าเราเป็นผู้หญิงที่อยากเพิ่มเสน่ห์มัดใจหนุ่มๆแล้วล่ะก็ ทางเว็บไซต์ mendetails ได้แชร์ไว้ว่า ใส่ใจดูแลตัวเองและหา Best Version ของตัวเองให้เจอ ข้อนี้เรียกได้ว่าเป็นพื้นฐานสุด ๆ ที่ทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจ และเราพยายามให้คำแนะนำผู้ชายทุกคนอยู่เสมอ เพราะมันแทบจะเป็นตัวตัดสินความประทับใจแรก ที่สาว ๆ และคนรอบตัวที่เราพบเจอ ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้จักกันดีเลย เราควรดูแลตัวเองให้ดี ทั้งในเรื่องของการแต่งตัว เสื้อผ้า ผมเผ้า โกนหนวดเคราให้ดูสะอาดสะอ้าน รายละเอียดเหล่านี้ จะทำให้เราดูมีเสน่ห์และน่าอยู่ใกล้มากขึ้น การดูแลตัวเองดี และหา Best Version ของตัวเองให้เจอ การแต่งกายแบบไหนที่เหมาะกับเรา ทรงผมทรงไหนที่รับกับรูปหน้าช่วยเสริมให้ดูดีขึ้น ทั้งหมดนี้นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เรามีโอกาสจีบสาวติดมากขึ้น คนที่สนใจอะไรเหมือนกัน จะดึงดูดเข้าหากัน มีคำกล่าวว่า คนที่สนใจหรือมีอะไรเหมือน ๆ กัน จะถูกดึงดูดเข้าหากัน ดังนั้นการพยายามเข้าใจความชอบของสาว ๆ และสังเกตท่าทาง ภาษากาย ไปจนถึงวิธีการพูด สีหน้า และพยายามปรับลักษณะท่าทางให้คล้ายกัน จะช่วยให้เธอสนใจเราได้มากยิ่งขึ้น ในทางจิตวิทยา เราจะเรียกมันว่า Chameleon Effect เหมือนกับที่กิ้งก่า มันเปลี่ยนสีของตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของมัน หากยังนึกภาพไม่ออก ลองนึกภาพเรากับเพื่อนสนิทสักคน ลองนึกดูจะพบว่า เรามีความชอบหลาย ๆ อย่างคล้ายกัน มีท่าทาง การแสดงสีหน้าบางอย่างที่คล้ายกัน ไปจนถึงคำพูดติดปาก นั่นก็เพราะเมื่อเราสนิทกับใครสักคน จิตใต้สำนึกเราจะพยายามปรับท่าทางให้คล้ายกับคนที่เรามีปฏิสัมพันธ์ด้วยอย่างไม่รู้ตัว ทำให้รู้สึกสนิทสนมใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมคนเป็นแฟนกันมักมีอะไรเหมือนกัน สำหรับกรณีนี้ที่เราอยากดูเป็นคนน่าดึงดูดมากขึ้น อาจจะต้องใช้วิธีลัดกันสักหน่อย โดยการสังเกตพฤติกรรมของสาว ๆ และพยายามปรับ แต่ต้องไม่ดูตั้งใจจนเกินไป จนกลายเป็นการเลียนแบบหรือล้อเลียนได้ ในตอนแรกอาจจะดูยาก แต่ถ้าหากสำเร็จ เราจะดึงความสนใจจากสาว ๆ ได้มากทีเดียว หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของจิตใต้สำนึกที่จะค่อย ๆ ปรับจูนทั้งสองฝ่ายเข้าหากัน จนถึงจุดหนึ่งเราจะมีลักษณะท่าทางบางอย่างคล้ายกันโดยไม่รู้ตัว



อย่าให้ไขมันตัวร้ายสะสมที่ร่างกายเราเยอะจนเกินไป

บ้านสวนพอเพียง - 10 กันยายน, 2021 - 19:18
หมวดหมู่ของบล็อก: สุขภาพ

ไขมัน คำนี้ใครหลายๆคนได้ยิน ก็จะเข้าใจไปว่า จะต้องเป็นสิ่งไม่ดีต่อร่างกาย และทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่ไขมันนั้นจัดว่ารวมอยู่ในสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของเรา เพราะฉะนั้นแล้ว เราจึงต้องมาทำการศึกษาและทำความเข้าใจอย่างลงรายละเอียดว่า ไขมันส่งผลดีและผลร้ายต่อร่างกายของมนุษย์อย่างไรบ้าง เพราะเราจะได้ใช้ประโยชน์จากไขมันดีมาช่วยบำรุงร่างกายให้ยิ่งแข็งแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น

หากร่างกายของเรามีไขมันที่เยอะมากเกินไป จากการตรวจวัดค่าไขมัน และค่าเฉลี่ยน้ำหนักของเราที่อาจเกินมาตรฐาน เราก็ต้องกำจัดไขมันเหล่านั้นออกเพราะไขมันที่เยอะมากเกินไปส่งผลอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพของเรา การกำจัดไขมันส่วนเกินนั้นก็มีหลายวิธี ทั้งการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ แบบ HIIT และรวมไปถึงการกำจัดไขมันอย่างรวดเร็วด้วยการทำศัลยกรรมอย่างการดูดไขมันที่ให้ผลลัพธ์อย่างทันใจ อย่างไรก็ตามเรามาดูในเรื่องไขมันดีที่ให้ผลดีต่อร่างกายของเรา ซึ่งเว็บไซต์สนุกด็อทคอมได้แชร์ไวว่า ระดับคอเลสเตอรอลของคุณเป็นมาตรวัดสำคัญสำหรับสุขภาพหัวใจ โดยคอเลสเตอรอล เอชแอลดี (HDL)หรือ “ไขมันดี” ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลในรูปอื่นออกจากกระแสโลหิต ทำให้การมีระดับ ไขมันดี คอเลสเตอรอล HDL สูง สัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจที่ต่ำกว่า ไขมันทำไมถึง “ดี” ทำไมถึง “เลว” คอเลสเตอรอลเป็นไขมันที่พบในเซลล์ทั้งหมดของเรา และมีประโยชน์หลายอย่าง ร่วมทั้งการช่วยสร้างเซลล์ของเราด้วย มันถูกลำเลียงผ่านกระแสเลือดของเรา ไปจับตัวกับโปรตีนที่เรียกว่าไลโปโปรตีน (lipoprotein) โดยแบ่งออกเป็นสองชนิด ได้แก่ ไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ(LDL) เมื่อสะสมมากขึ้นในผนังหลอดเลือด จะทำให้หลอดเลือดตีบลง และบางทีก็เกิดเป็นลิ่มเลือด ในพื้นที่ของหลอดเลือดที่แคบลงนั้น ทำให้เกิดอาการหัวใจวายหรือสโตรค นี่จึงทำให้เราเรียกคอเลสเตอรอลชนิดนี้ว่า ไขมัน “เลว” ไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง (HDL) เป็นไลโปโปรตีนที่เรียกกันว่า “ไขมันดี” เนื่องจาก HDL จะจับตัวกับคอเลสเตอรอลส่วนเกินแล้วพาไปสู่ตับเพื่อย่อยสบาย แล้วก็กำจัดมันออกไปจากร่างกายของเรา ไขมันดี แค่ไหนถึงจะถือว่าดี ระดับคอเลสเตอรอลวัดด้วยหน่วยมิลลิแกรม (มก.) ต่อเดซิลิตร (dL) ของเลือด ซึ่งในเรื่องของไขมันดี ตัวเลขยิ่งสูงจะถือว่ายิ่งดี ผู้ชาย ไขมันดีที่น้อยกว่า40 มก/เดซิลิตร จะถือว่ามีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ ระดับของไขมันดีที่ถือว่าดีก็คือ 60มก/เดซิลิตร หรือมากกว่านั้น ผู้หญิง ไขมันดีที่น้อยกว่า 50 มก./เดซิลิตร ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงแต่ปัญหาสุขภาพ ควรให้ระดับไขมันดีอยู่ในระดับ 60 มก/เดซิลิตร หรือมากกว่านั้น



การมี Six Pack และกล้ามเนื้อแข็งแรงไม่ใช่เรื่องยากถ้าเราสนุกกับการออกกำลังกาย

บ้านสวนพอเพียง - 10 กันยายน, 2021 - 19:16
หมวดหมู่ของบล็อก: สุขภาพ

แค่ได้ยินเพื่อนๆชวนไปออกกำลังกาย เราอาจจะรีบปฏิเสธ เพราะมันอาจจะไม่ใช่เรื่องสนุกมากมายอะไร และยังสร้างความเบื่อหน่ายและความเหนื่อยล้าตามมาอีกด้วย ผิดกันหากเราได้รับคำชวนว่า ไปกินหมูกระทะ ไปกินบุฟเฟ่ต์ เราจะรีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็วว่า ไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน แต่เมื่อถามว่า ใครบ้างไม่อยากมีหุ่นที่ดี กล้ามเนื้อสวยและแข็งแรง และการมี Six Pack ก็ถือว่าเป็นความฝันของใครหลายๆคน ไม่ว่าจะหญิงและชาย แต่การจะมี Six Pack ได้นั้น เราต้องมีความพยายามอย่างมาก

ทำอย่างไรให้การออกกำลังกายนั้นมีความสนุกและน่าสนใจไม่น่าเบื่อ เพราะจะได้เพิ่มอรรถรสในการสร้างวินัยและการมีหุ่นที่ดีได้สัดส่วน การเพิ่มเสียงเพลงที่สนุกต่อการออกกำลังกาย รวมไปถึงการมีเพื่อนร่วมออกกำลังกาย จะยิ่งทำให้เราสนุกไปกับการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น ท่าออกกำลังกายสร้าง sixpack ที่ทางเว็บไซต์สนุกด็อทคอมได้แชร์ไว้ว่า เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับซิกซ์แพ็กหรือกล้ามเนื้อหน้าท้องอยู่แล้ว แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตและอาหารการกิน จึงทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องถูกบดบังด้วยชั้นไขมันเอาไว้ มากบ้างน้อยบ้างในแต่ละคน กล้ามเนื้อหน้าท้อง ยังถือเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่แกนกลางลำตัวที่ช่วยในการพยุงร่างกาย เราจึงต้องบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้อย่างสม่ำเสมอ ส่วนใครที่มีอาการปวดหลังง่าย นั่งนาน ยืนนาน หรือแค่ยกของก็รู้สึกปวดหลังแล้ว นั่นแสดงว่ากล้ามเนื้อส่วนนี้ไม่แข็งแรงพอ ท่าที่ 1 “Crunch” ช่วยบริหารกล้ามเนื้อท้องส่วนบน เริ่มจากท่านอนหงาย งอแขนสองข้างกำมือแตะไว้ที่ขมับ หรือประสานมือไว้ที่ท้ายทอย ตั้งเข่าขึ้น 90 องศา และวางเท้าห่างกันเท่ากับความกว้างของหัวไหล่ พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วยกลำตัวส่วนบนขึ้นและลง ควรทำอย่างน้อย 12-15 ครั้งต่อเซ็ต จำนวน 2-3 เซ็ต ท่าที่ 2 “V-Crunch Hold” เพิ่มดีกรีความยากขึ้นเล็กน้อย ด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องมากขึ้น เพื่อช่วยกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบนและล่าง รวมถึงต้นขา เริ่มจากท่านอนหงาย ยืดขาตรงและยกแขนขึ้นโดยวางแขนเหยียดตรงเหนือศรีษะ จากนั้นยกลำตัวขึ้นพร้อมกับยกขาเข้าหาลำตัวเป็นรูปตัว V ค้างไว้สัก 10 วินาที แล้วผ่อนกล้ามเนื้อกลับสู่ท่าเริ่มต้น และทำซ้ำท่าเดิมจำนวน 5 ครั้ง ท่าที่ 3 “V-Sit” ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่าง เริ่มจากท่านั่ง วางมือไว้ข้างสะโพก เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย โดยให้ขาชิดเหยียดตรง จากนั้นยกเข่าเข้าหาหน้าอกให้ใกล้มากที่สุดแล้ววางขาลงท่าเดิม โดยไม่กระชาก แต่ใช้วิธีส่งแรงมาจากสะโพก ควรทำ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต จำนวน 2-3 เซ็ต ท่าที่ 4 “Side Crunch” เน้นบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้าง เริ่มด้วยนอนตะแคงด้านข้าง เหยียดแขนล่างไปด้านหน้า แขนด้านบนยกขึ้นเหยียดตรง สายตามองหัวเข่าไว้ ยกลำตัวช่วงบนขึ้น พร้อมๆ กับยกขาทั้งสองข้างขึ้นและลงให้สุด โดยพยายามใช้แรงจากลำตัว ทำสลับซ้ายและขวาด้านละ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต ทำ 2-3 เซ็ต



เพราะการดูแลรูปร่างให้ดูดีเคล็ดลับคือ ต้องมีวินัยและใส่ใจในเรื่องอาหาร

บ้านสวนพอเพียง - 10 กันยายน, 2021 - 19:15
หมวดหมู่ของบล็อก: สุขภาพ

หากบ้านคือสถานที่ทีเป็นดั่ง Comfort zone ทำให้เรารู้สึกสงบ และมีความสุขใจ ร่างกายของเราก็เปรียบได้กับบ้าน ที่จิตใจและความคิดของเรานั่นสถิตอยู่ ด้วยเหตุนี้การดูแลร่างกายให้แข็งแรงและมีสุขภาพดี รวมไปถึงการมีรูปร่างที่ดี จึงถือได้ว่า เป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเราเป็นอย่างมาก และการมีรูปร่างที่ดีนั้น ต้องอาศัยการมีวินัยที่สม่ำเสมอและการเลือกรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์หรือสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

การดูแลรูปร่าง ต้องทำควบคู่กันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการทานสารอาหารให้เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย หากเราไม่มีความรู้มากพอในเรื่องสารอาหาร เราสามารถปรึกษานักโภชนาการได้ และถ้าเราไม่ทราบการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับร่างกายของเรา แน่นอนว่า เทรนเนอร์ออกกำลงกายก็ทำโปรแกรมการออกกำลังกายให้แก่เรา แต่ถ้าเราอยากได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว การเลือกใช้บริการ coolsculpting จากคลินิกที่มีศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ เมื่อกล่าวถึงสารอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทางเว็บไซต์สนุกดอทคอมได้แชร์บทความไว้ว่า ธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารสำคัญที่จะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบิน ไมโอโกบิลและเอนไซม์บางชนิด โดยเฉพาะสาวๆ ในช่วงที่มีประจำเดือนยิ่งสูญเสียเลือดอย่างมากจึงควรกินอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ ซึ่งหากินได้จากเนื้อแดง อาหารทะเล ไข่แดง ผักใบเขียว ถั่วและธัญพืชชนิดต่างๆ โปรตีน สารอาหารสำคัญที่ช่วยในการเสริมสร้างและช่วยซ่อมแซมส่วนสึกหรอในร่างกาย โดยเราสามารถเลือกกินอาหารที่มีโปรตีนได้จากนม เนื้อสัตว์ต่างๆ และพืชตระกูลถั่ว แคลเซียม สารอาหารที่จำเป็นต่อการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง แถมยังจำเป็นต่อการดูแลเซลล์ต่างๆ ซึ่งยังช่วยให้ห่างไกลจากโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย ในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ร่างกายควรได้รับแคลเซียมวันละ 800-1,000 มิลลิกรัม ส่วนคุณแม่ตั้งครรภ์และที่ให้นมบุตรควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,200 มิลลิกรัม โดยสามารถกินอาหารที่มีแคลเซียมได้จากนมและผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึงปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้อ่อน ผักใบเขียวเข้มบางชนิดและงาดำ เป็นต้น โฟเลท สารอาหารที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการเจริญเติบโต ช่วยในการสืบพันธุ์และป้องกันความผิดปกติของเลือด นอกจากนี้ ยังช่วยในกระบวนการเผาผลาญโปรตีน โฟเลทยังช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง สร้างกรดนิวคลีอิกและมีบทบาทสำคัญกับการแบ่งตัวของเซลล์ ส่วนอาหารที่มีโฟเลทก็ได้แก่ ตับ ไข่แดง และผักใบเขียวเข้ม เป็นต้น วิตามินดี วิตามินดีจะช่วยสร้างกระดูกและฟัน ช่วยให้การดูดซึมของแคลเซียมเพื่อช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนลงได้ โดยคนเราสามารถรับวิตามินดีได้ง่ายๆ จากแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า-เย็น และกินอาหารที่มีวิตามินดีซึ่งได้แก่ น้ำมันตับปลา นม เนย ปลาทู ไขมัน ไข่แดง และปลาแซลมอน

 

 

เลือกจดเครื่องหมายการค้ากับมืออาชีพที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้แข็งแกร่ง

บ้านสวนพอเพียง - 30 สิงหาคม, 2021 - 22:13
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

การมีที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพในเรื่องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพราะในแง่ของการทำธุรกิจ เราต้องการทำทุกอย่างให้ถูกต้องและตรงไปตรงมาอย่างถึงที่สุด อีกทั้งการดำเนินในเรื่องนี้ยิ่งส่งผลดีของการทำธุรกิจด้วย ก่อนอื่นเราก็ต้องวิเคราะห์ธุรกิจของเราว่าควรจดเครื่องหมายการค้าในประเภทใด และต้องเตรียมเอกสารที่จำเป็นในส่วนใดบ้าง แต่ถ้าเรามีมืออาชีพคอยช่วยในเรื่องนี้ เราก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องใด

หากเราไม่มีที่ปรึกษา เราก็ต้องศึกษาหาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับขั้นตอนการจดเครื่องหมายการค้า รวมไปถึงความสำคัญ ความจำเป็น และความหมายของเครื่องหมายการค้าคืออะไร ซึ่งจากเว็บไซต์กระทรวงพาณิชย์ ได้แชร์บทความไว้ว่า เครื่องหมายการค้า หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 มี 4 ประเภท คือ 1. เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) คือเครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เช่น บรีส มาม่า กระทิงแดง เป็นต้น 2. เครื่องหมายบริการ (Service Mark) คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมาย บริการของบุคคลอื่น เช่น เครื่องหมายของสายการบิน ธนาคาร โรงแรม เป็นต้น 3. เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark) คือ เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับ สินค้าและบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้า หรือบริการนั้น เช่น เชลล์ชวนชิม แม่ช้อยนางรำ ฮาลาล (Halal) เป็นต้น 4. เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) คือ เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่ม เดียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคม กลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน เช่น ตราช้างของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เป็นต้น และถ้าหากธุรกิจของเราเป็นด้านการดูแลสุขภาพ ทางเว็บไซต์ bangkokbiznew ได้แชร์ว่า ควรมี Simplify customer communication สื่อสารให้โปร่งใสได้ใจความ คำศัพท์ทางการแพทย์ย่อมเข้าใจยากเป็นธรรมดาอยู่แล้ว อีกทั้งต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบ เช่น อาหารเสริมห้ามโฆษณาเกินจริง ในขณะที่ความโปร่งใส จริยธรรม และความรับผิดชอบ เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในธุรกิจสุขภาพ การสื่อสารจึงเป็นความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญทุกตัวอักษร สื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอเมื่อมีข้อมูลอัพเดต หรือลองนึกถึงบริการหลังการขาย เช่น การแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อสินค้าใกล้หมดอายุ หรือบริการซ่อมบำรุงเป็นประจำ ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีช่องทางให้ลูกค้ากลับมาติดต่อสอบถาม หรือ ส่งฟีดแบ็ค เพื่อลดความกังวลของการใช้งาน



เมื่อความน่าสนใจของสินค้าไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในแต่เป็นบรรจุภัณฑ์

บ้านสวนพอเพียง - 30 สิงหาคม, 2021 - 22:11
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

เวลาเราเลือกซื้อสินค้า หรือ ผลิตภัณฑ์อะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่สะดุดตาเราหรือผู้ซื้อหลายๆคนนั้นคืออะไร และมีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภคเหล่านั้นหรือไม่ ซึ่งถ้ามองตามหลักความเป็นจริงแล้ว สิ่งสำคัญคือ คุณภาพของสินค้าและตัวผลิตภัณฑ์นั้น แต่ในแง่ของการทำธุรกิจ ทุกโอกาสที่เราสามารถสร้างกำไร และสร้างความน่าสนในคือความท้าทายของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพราะสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่แรกเห็น และยิ่งเพิ่มความเป็นต่อในไลน์สินค้าเดียวกัน

ทำไมบรรจุภัณฑ์ถึงได้มีความสำคัญและน่าสนใจ ทุกวันนี้ มนุษย์เรามีสุนทรีในการเสพสิ่งต่างๆรอบตัว ยิ่งถ้ามาในแนวศิลปะ ยิ่งเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเหล่านั้น เราจะสังเกตได้จากที่มีคอมเมนท์จากลูกค้าว่า สินค้าดูไม่แพง นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่คนทำธุรกิจเอามาวิเคราะห์และปรับปรุงกลยุทธ์ต่างๆในการทำธุรกิจ สังเกตได้จากสินค้าที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุดเพศทุกวัย เว็บไซต์ krungsri ได้แชร์บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับผู้บริโภคในยุคใหม่ว่าใช้หลักการใดในการเลือกสินค้า ไว้ว่า แม้ว่าการรีวิวสินค้าจะเป็นสิ่งที่มีมาเนิ่นนาน แต่ปัจจัยนี้ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญมาก ๆ ในการตัดสินซื้อ ข้อมูลการสำรวจของ BrightLocal พบว่า 88% ของลูกค้านั้นเชื่อการรีวิวบนโลกออนไลน์มากพอ ๆ กับการแนะนำจากคนรอบ ๆ ข้างแบบออฟไลน์ ส่วนการรีวิวนั้นก็สามารถเกิดได้จากหลากหลายช่องทางตั้งแต่การเอ่ยปากขอลูกค้าที่มาซื้อสินค้า หรือใช้บริการของเราให้รีวิวสินค้าของเราสั้น ๆ เพื่อแลกรับสิทธิหรือส่วนลดอะไรบางอย่างเพื่อใช้ในครั้งถัดไป หรือถ้าหลาย ๆ ที่ก็เลือกที่จะจ้างรีวิว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของรูปแบบสินค้า หรือบริการของเราด้วย จากข้อแรกที่เป็นเรื่องของการรีวิวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากผู้ใช้จริง ๆ ที่เข้ามาใช้บริการ หรือเลือกซื้อสินค้าของเรา แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งหลาย ๆ แบรนด์ก็เลือกใช้การตลาดโดยใช้ผู้มีอิทธิพล ฟังดูแปลก แต่ถ้าพูดถึงคำว่า Influencer Marketing เราก็จะเข้าใจ ข้อมูลจากการสำรวจของ Nielsen พบว่ากว่า 92% ของผู้ทำแบบสำรวจค่อนข้างเชื่อถือแนะนำ หรือการรีวิวจากบุคคลอื่น ๆ บนโลกออนไลน์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้จักก็ตาม พาร์ทนี้หลายแบรนด์เลือกที่จะพยายามส่งสินค้า หรือคูปองต่าง ๆ ให้กับเหล่า Influencer เพื่อให้พูดถึงแบรนด์ หรือสินค้าของตนเอง และเช่นเดิมหลายแบรนด์ก็เลือกที่จะแบ่งงบไปทำ Influencer Marketing ความง่าย แม้ว่าสินค้าและบริการนั้นจะดีมากขนาดไหน แต่ถ้าการเข้าถึง การชำระเงิน หรือขั้นตอนในการใช้บริการนั้นเต็มไปด้วยความยุ่งยาก ก็มีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจไม่ซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ลองนึกถึงประสบการณ์ในการซื้อสินค้าหรือบริการอะไรสักอย่างของตัวเองดูสิ มีครั้งไหนไหมที่เราตัดสินใจไม่ไปต่อ เพราะว่า “มันยาก” และ “วุ่นวาย”



เพราะการล้างมือด้วยเจลแอลกฮอลล์คือเกราะป้องกันตัวเบื้องต้นจากโรคระบาด

บ้านสวนพอเพียง - 27 สิงหาคม, 2021 - 23:28
หมวดหมู่ของบล็อก: สุขภาพ

เมื่อการล้างมือด้วยสบู่หรือน้ำยาทำความสะอาดนั้นถือเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำทุกครั้งเมื่อสัมผัสสิ่งของ เราจึงล้างมือวันนึงไม่ต่ำกว่าหลายสิบร้อย อีกทั้งหากเราเดินทางไปที่อื่น การล้างมือด้วยน้ำสะอาดอาจจะไม่สะดวกนัก เช่น หากเราเดินทางด้วยรถสาธารณะและเราต้องสัมผัสกับราวจับ เราไม่สามารถเทน้ำล้างมือ ณ ตรงนั้นได้ และสิ่งหนึ่งที่เราใช้คือ เจลแอลกอฮอล์พกพา เพราะทั้งความสะดวกสบาย สามารถฆ่าเชื้อโรคได้เลย

การระมัดระวังป้องกันตนเอง เราจะต้องเน้นที่ความสะอาดเสมอ เพราะเชื้อโรคนั้นจะเข้าสู่ร่างกายและทำให้สุขภาพของเราอ่อนแอได้ ยิ่งไปกว่านั้น เชื้อโรคอาจจะแพร่ไปสู่คนในครอบครัวได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงและอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้ว เราจึงต้องมาดูแลในเรื่องสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ซึ่งเว็บไซต์ bangkokhospital ได้แชร์ไว้ว่า วิตามินเป็นสารอาหารประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย แต่มีความสำคัญต่อร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ หากร่างกายขาดวิตามินเมื่อไร อาจส่งผลให้ร่างกายเจ็บป่วย หรือเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว วิตามินเป็นหนึ่งในสารอาหาร 5 หมู่ ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืชและสัตว์ต่าง ๆ โดยร่างกายของคนเราจะใช้วิตามินเพื่อช่วยทำให้มีปฏิกิริยาในร่างกายเกิดขึ้น ส่งผลให้การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายเป็นไปตามปกติ หรือพูดง่าย ๆ คือ วิตามินเปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่นในรถยนต์ที่จำเป็นต้องมี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ไม่ได้ให้พลังงานแก่รถ นั่นคือ วิตามินไม่สามารถให้พลังงานโดยตรงกับร่างกาย แต่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับวิตามินเพื่อไปทำหน้าที่เปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน คนเราต้องการวิตามินในปริมาณที่น้อยแต่ขาดไม่ได้ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ส่วนมากวิตามินชนิดต่าง ๆ ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง แต่จะต้องรับจากภายนอก ซึ่งได้จากการรับประทานอาหาร วิตามินแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ ดี อี และเค จะละลายในไขมันหรือน้ำมันเท่านั้นเพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ไม่สามารถขับออกมาทางปัสสาวะได้ หากได้รับมากเกินจะเก็บสะสมไว้ในร่างกาย วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 บี 7 บี 9 บี 12 และวิตามินซี จะอยู่ในร่างกาย 2 – 4 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือจากการใช้งานจะถูกขับออกทางไตมากับปัสสาวะ โอกาสที่จะสะสมในร่างกายจึงมีน้อยไม่ค่อยก่อผลข้างเคียง วิตามินทั้ง 13 ชนิดจะทำหน้าที่แตกต่างกันไป สำหรับวิตามินที่ละลายในไขมันอย่างวิตามินเอ จะช่วยบำรุงเกี่ยวกับเรื่องสายตา ทำให้การมองเห็นในเวลากลางคืนดีขึ้น สร้างกระดูกและฟันในเด็ก พบในเนื้อสัตว์ ไข่แดง ตับ นม เนย ผักและผลไม้ที่มีสีเขียวและสีส้ม เช่น ตำลึง กวางตุ้ง ผักบุ้ง คะน้า มะม่วงสุก มะละกอสุก มะเขือเทศ ปริมาณที่ควรได้รับไม่ควรเกิน 3,000 ไมโครกรัมต่อวัน วิตามินที่ละลายในไขมัน วิตามินดีเป็นวิตามินที่ส่วนหนึ่งร่างกายสามารถผลิตได้เองเวลาเจอแสงแดดในช่วงเช้า กับอีกส่วนหนึ่งได้จากอาหารจำพวกน้ำมันตับปลา นม ไข่แดง ปลาทู ปลาแซลมอน โดยจะช่วยเก็บแคลเซียมเข้ากระดูก ป้องกันโรคกระดูกบางและกระดูกพรุนได้ ปริมาณที่ควรได้รับไม่ควรเกิน 50 ไมโครกรัมต่อวัน



แม้จะสูงวัยก็ใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

บ้านสวนพอเพียง - 27 สิงหาคม, 2021 - 23:27
หมวดหมู่ของบล็อก: สุขภาพ

ในวัยผู้สูงอายุ ที่ไม่ใช่แค่สุขภาพทางร่างกาย และความแข็งแรงของกระดูกจะลดน้อยลง การขับถ่ายเองก็ถือว่าเป็นปัญหาหลักของผู้สูงอายุจำนวนมาก ยิ่งถ้าผู้สูงอายุ ผู้สูงวัยจะต้องเดินทางไกล นั่งเครื่องบิน หรือรถยนต์ รถประจำทางกว่าหลายชั่วโมง ซึ่งการใช้ห้องน้ำระหว่างทางหรือห้องน้ำสาธารณะนั้น ยากต่อความสะอาดและความสะดวกสบายสำหรับผู้สูงอายุ ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมผู้สูงอายุ อย่างคุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่า จึงหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลๆ เพราะไม่อยากเป็นตัวสร้างปัญหาระหว่างการเดินทางให้แก่ลูกหลาน แต่ปัญหาเหล่านี้นั้น สามารถป้องกันได้โดยการใช้ pampers ผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถรองรับได้อย่างเต็มที่และหมดปัญหากังวลใจในการเข้าห้องน้ำอีกด้วย

นอกจากนี้ สิ่งที่เราควรคำนึงต่อมาคือ อาหารและสารอาหารที่เหมาะสมกับวัย และสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของผู้สูงอายุ ว่าควรได้รับสารอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม ซึ่งเว็บไซต์ brandsworld ได้แชร์ไว้ว่า สมรรถภาพของร่างกายไม่ว่าความแข็งแรงหรือความทนทาน ความว่องไว เป็นต้น จะมีสูงสุดเมื่ออายุประมาณ 30 ปี แล้วจะค่อยลดลงร้อยละ 1 ทุกปี ดังนั้น เมื่ออายุ 60 ปีแล้ว จะมีความแข็งแรงลดลงร้อยละ 30 โดยเฉลี่ย การออกกำลังกายจะสามารถชะลอการลดลงของความแข็งแรงได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น ผู้สูงอายุจำเป็นต้องออกกำลังอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ มีหลักดังต่อไปนี้ ถ้าไม่เคยออกกำลัง จะต้องศึกษาหลักการ ให้ถูกต้องและค่อยๆ ทำ อย่าหักโหม ถ้าหากมีโรคประจำตัว ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เลือกชนิดของการออกกำลังให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและถูกกับนิสัย อย่าแข่งขันกับผู้อื่น เพื่อเอาแพ้เอาชนะ แต่จะออกกำลังกายเพื่อกำลังกายของตนเอง ระวังอุบัติเหตุ ทำโดยสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ ๓-๔ ครั้ง เมื่อเกิดอาการผิดปกติอย่างใดควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะถ้ามีอาการหน้ามืดหรือใจสั่นผิดปกติ ควรชะลอการออกกำลังลงและหยุด ควรออกกำลังเป็นหมู่คณะ หรือมีเพื่อนร่วมการออกกำลังชนิดของการออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุมีหลายชนิด ทั้งการเดิน เพราะการเดินเป็นวิธีการออกกำลังที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ (ยกเว้นแต่ผู้สูงอายุที่มีความพิการของเท้าและข้อ ทำให้ลำบากในการเดิน) มีข้อที่ต้องปฏิบัติคือต้องเดินเร็วให้เกิดการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น หากเดินเร็วมากไม่ได้ ต้องเพิ่มเวลาการเดินให้มากขึ้น ควรใช้รองเท้าที่เหมาะสม เนื่องจากการเดินเป็นการออกกำลังแต่ส่วนเท้าเป็นส่วนใหญ่ขณะเดินมีการแกว่งแขนและบริหารกล้ามเนื้อคอและหน้าอกบ้าง พยายามเดินบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์ ปลอด-ภัยจากโจรผู้ร้าย และอุบัติเหตุ พยายามเดินตอนเช้า มีเพื่อนหรือกลุ่มร่วมในการเดิน จะช่วยให้เกิดความสนุกสนานยิ่งขึ้น การวิ่งช้าๆ การวิ่งต่างกับการเดินคือ การเดินจะมีเท้าข้างใดข้างหนึ่งแตะพื้นอยู่เสมอ ส่วนการวิ่งจะมีช่วงใดช่วงหนึ่งที่เท้าไม่แตะพื้น ผู้สูงอายุถ้าสามารถวิ่งได้ก็ไม่มีข้อห้ามที่จะไม่ให้วิ่ง แต่จะต้องมีข้อเข่าและข้อเท้าที่ดี (เพราะการวิ่งจะมีแรงกระแทกที่ข้อโดยเฉพาะที่ข้อต่อที่รับน้ำหนักมากกว่าการเดิน อาจทำให้บาดเจ็บได้) รวมถึงการสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสม



เมื่อการมอบเครื่องมือทางการแพทย์คือการต่อชีวิตให้กับหลายชีวิต

บ้านสวนพอเพียง - 26 สิงหาคม, 2021 - 19:18
หมวดหมู่ของบล็อก: สุขภาพ

ในยุควิกฤติโรคระบาดที่สร้างความสูญเสียทางชีวิต ความเสียหายของเศรษฐกิจทุกภาคส่วน และความบอบช้ำ ความเศร้าโศกเสียใจที่เอาอะไรมาทดแทนไม่ได้ แม้ว่าภาคประชาชนจะช่วยกันมากมายแค่ไหน ความแกร่งและความเข้มแข็งของบุคลากรด่านหน้าและบุคลากรทางแพทย์ ที่คอยดูแลรักษาต่อชีวิตและลมหายใจของผู้ป่วย ให้กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัว สร้างกำลังใจให้ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขและเต็มไปด้วยความหวัง การมอบเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับบุคลากรที่ทำงานด่านหน้าจึงถือได้ว่าเป็นการต่อชีวิตให้กับหลายชีวิต

เมื่อเราดูแลตัวเองอย่างเต็มที่ และป้องกันตนเองไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสะอาด การทานอาหารที่ปรุงสุก รวมไปถึงการสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด และแน่นอนว่า การล้างมือให้สะอาด นอกจากนี้ การใส่ใจการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ซึ่งเว็บไซต์โรงพยาบาลวิชัยยุทธได้แชร์ไว้ว่า บร็อคโคลี่ เป็นผักที่มีรสชาติหวานกรอบ สามารถรับประทานสดได้ หรือจะนำมาประกอบอาหารก็ได้หลากหลายเมนู อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร เบต้าแคโรทีน วิตามิน C ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง คะน้า มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานในกับร่างกาย ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง และป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ หอมหัวใหญ่ อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีวิตามินซีสูง และยังมีสารอื่น ๆ เช่น สารเคอร์ซีทิน ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายและช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีธาตุแมกนีเซียมที่มีคุณสมบัติช่วยทำลายเซลล์มะเร็งและช่วยกำจัดไวรัสได้ อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่ไม่มีรสหวาน และไม่ทำให้อ้วน มีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุหลากหลายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย มีวิตามินซีซึ่งช่วยป้องกันหวัดได้ มะละกอ เป็นผลไม้ที่ประกอบไปด้วยสารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีแคลอรี่ต่ำ ไม่มีไขมันหรือคอเลสเตอรอล มะละกอมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด ซึ่งช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอยู่เสมอ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ส่วนทางเว็บไซต์ medparkhospital ได้แชร์เมนูอาหารสร้างภูมิคุ้มกันไว้ว่า ข้าวกล้อง ต้มซุปไก่มะเขือเทศ ปลาทูย่างขมิ้น เสิร์ฟพร้อมผักสด ต้มซุปไก่มะเขือเทศ เพราะเนื้อไก่ เป็นแหล่งของแร่ธาตุสังกะสี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน มะเขือเทศ มีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และมีไลโคปีน ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย แครอท มีวิตามินเอและสารเบตาแคโรทีนสูง ต้านการอักเสบ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน หอมหัวใหญ่ มีสารเคอร์ซิตีน(Quercetin) มีฤทธิ์ลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัส ปกป้องเนื้อเยื่อปอด และช่วยบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก ปลาทูย่างขมิ้น ปลาทู แหล่งของโปรตีนที่ดี มีซีลีเนียม ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ขมิ้น มีสารเคอร์คูมิน(curcumin) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในระดับปกติ และช่วยต้านไวรัส(ไข้หวัดใหญ่) กระเทียม มีสารอัลลิซิน(Allicin) ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ โดยรับประทานกับผักสดหลากหลายชนิด มีสารพฤกษเคมี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านเชื้อไวรัส และควรล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทานเสมอ



มั่นใจโชว์ผิวสวยกระจ่างใสด้วยวิตามินซีเข้มข้น

บ้านสวนพอเพียง - 18 สิงหาคม, 2021 - 16:58
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

ความมั่นใจในตนเองนั้น เราสร้างได้ หากเรามั่นใจว่าเรานั้นมีความภูมิใจในตนเอง ทั้งด้านความรู้ ด้านบุคลิกภาพและทัศนคติ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความรักและให้เกียรติตัวเอง การดูแลใส่ใจตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่สะท้อนว่า เรานั้นรักและใส่ใจตัวเองมากเพียงใด และคำจำกัดความคำว่า สวย นั้น มีความหลากหลาย ไม่ใช่แค่ Beauty Standard แต่ทุกคนควรตระหนักรู้ว่า เราทุกคนมีความสวยหล่อในแบบของเราเอง และไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะมาทดแทนตัวตนของเราได้ นั่นก็หมายถึงว่า เอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของเรานั้นคือ เสน่ห์และสิ่งสำคัญที่สุด

การเลือกแต่งกายเพื่อโชว์ความมั่นใจในรูปร่างและความกระจ่างใสเรียบเนียนของผิวนั้น ถือว่าเป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจและรักในตัวเองเป็นอย่างมาก ซึ่งเราเองนั้น ก็ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ และยังป้องกันดูแลผิวจากแสงแดดโดยการใช้ครีมกันแดด นอกจากนี้ก็ยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากวิตามินซี อย่างเช่น เซรั่มวิตซี ซึ่งวิตามินซีนั้น มีประโยชน์ทางผิวและต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ทางเว็บไซต์ paolohospital ได้แชร์ไว้ว่า ประโยชน์ของวิตามินซี ในด้านสุขภาพวิตามินซีมีประโยชน์มากมาย อาทิ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เราไม่ป่วยหรือเป็นหวัดได้ง่ายๆ เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคลอเลสเตอรอลในร่างกาย ส่วนในด้านของความสวยความงามวิตามินซีก็มีประโยชน์ ช่วยให้สาวๆ สวย สดใสได้เช่นกัน โดยวิตามินซีจะเป็นตัวกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิวพรรณ เสริมสร้างคลอลาเจน และต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าวิตามินซีจะสามารถทำให้ผิวพรรณของเหล่าสาวๆ สวยขึ้น สุขภาพดีดูเรียบเนียน จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัด วิตามินซี มีดีต่อผิวคือ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย เป็นตัวสร้างคอลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทำให้ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ ปริมาณการรับประทานที่เหมาะสม ไม่ควรทานเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือมากจนเกิดอาการถ่ายเหลวนั่นแสดงว่าได้รับวิตามินซีปริมาณมากเกินไป หรือดูข้างขวดผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งจะกำกับปริมาณการรับประทานที่เหมาะสมจาก อย.และควรดื่มน้ำตามมากๆ ทั้งนี้ วิตามินซีสามารถรับประทานได้ในทุกเพศ ทุกวัย เพราะวิตามินซี เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำ โดยที่ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จำเป็นต้องได้รับวิตามินชนิดนี้จากการรับประทาน โดยมากวิตามินซีจะอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทผักและผลไม้ชนิดต่างๆ พบมากในส้ม สับปะรด มะขาม สตอร์เบอร์รี่ ฝรั่ง มะนาว มะเขือเทศ แต่สำหรับคนที่ไม่นิยมการรับประทานผักและผลไม้ จึงอาจจะต้องทานวิตามินเสริม

 

 

จะฝ้าแดด ฝ้าลม หรือฝ้าประเภทใดก็ไร้กังวลเพราะมีครีมทาฝ้าที่ดูแลหน้า

บ้านสวนพอเพียง - 18 สิงหาคม, 2021 - 16:57
หมวดหมู่ของบล็อก: สุขภาพ

ปัญหาผิวหน้า ไม่ว่าจะอายุเท่าใด ปัญหานี้เกิดขึ้นได้เสมอ แต่จะเกิดในวัยที่มีอายุมากขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนและอิลาสตินความยืดหยุ่นในชั้นผิวนั้นเริ่มลดน้อยลง แต่ก็ไม่ใช่ว่าวัยที่อายุยังน้อยจะไม่เกิดปัญหาผิว เพราะในช่วงวัยที่ฮอร์โมนทำงานอย่างหนัก ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายอาจจะติดขัด และส่งผลต่อสภาพผิวได้ ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าและผิวกาย จึงไม่แปลกใจว่า วัยรุ่นจึงมีผิวที่มีทั้งสิวและรอยสิวเป็นจำนวนมาก บวกกับสภาพมลภาวะในอากาศที่แย่ ก็ยิ่งทำให้สิ่งสกปรกตกค้างในผิวอย่างมากมาย

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวหน้า เราจะต้องดูส่วนผสมหลักไว้ก่อน เพราะถ้าส่วนผสมหลักนั้นเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เราก็จะไม่เกิดอาการแพ้ อีกทั้งสารเคมีที่ตกค้างในผิวก็จะน้อยลงอีกด้วย แต่ถ้าเรามีปัญหาผิวที่หนักขึ้นอย่างการเกิดฝ้าแดด และฝ้าลม ซึ่งจะต้องใช้ครีมลดฝ้าที่มีประสิทธิภาพในการลดเลือนฝ้าให้จางลง เราอาจจะสงสัยว่า ฝ้านั้นมีกี่ชนิดและจะรักษาฝ้าและป้องกันฝ้าได้เบื้องต้นอย่างไรบ้าง ซึ่งเว็บไซต์HD ได้แชร์ไว้ว่า ชนิดของฝ้า ฝ้าที่ขึ้นบริเวณใบหน้าแบ่งเป็น 4 ชนิดหลักๆ คือ ฝ้าตื้น เกิดจากความผิดปกติบริเวณชั้นหนังกำพร้า (ผิวชั้นนอก) มีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาลเข้ม ขอบชัด มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ก็รักษาได้ง่ายเช่นกัน และใช้เวลารักษาไม่นานนัก ฝ้าลึก เกิดบริเวณชั้นหนังแท้ ผื่นสีน้ำตาลผสมสีเทาเข้ม ขอบไม่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ในระดับที่ลึกมาก การรักษาจึงค่อนข้างยาก ฝ้าผสม คือมีทั้งฝ้าตื้นและฝ้าลึกเกิดขึ้นที่ผิวหน้า เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในผู้ที่ประสบปัญหาฝ้า ฝ้าที่ไม่สามารถแยกได้ชัดเจนว่าเป็นฝ้าชนิดใด มักพบในผู้ที่สีผิวเข้มมาก เช่น ชาวแอฟริกัน วิธีการป้องกันฝ้า หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดด รังสียูวีจากแสงแดดเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า การหลีกเลี่ยงแสงแดดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันฝ้า แต่หากหลีกเลี่ยงได้ยากก็ไม่ควรสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ควรสวมหมวก กางร่ม หรือสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิดก่อนออกแดด จะช่วยลดความรุนแรงได้ระดับหนึ่ง ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะไม่ได้สัมผัสกับแสงแดดเป็นประจำ แต่หากสัมผัสกับหลอดไฟ แสงสีฟ้าจากคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอสมาร์ทโฟนอย่างสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสเกิดฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวด้วย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และต้องเป็นชนิด PA+++ โดยทาอย่างน้อย 30 นาทีก่อนออกแดด และทาวันละ 2 ครั้ง คือ เช้า และเที่ยง (ก่อนทารอบที่ 2 ควรล้างหน้าด้วย) หลีกเลี่ยงการใช้ยา หรือฮอร์โมนเพศโดยไม่จำเป็น เนื่องจากยา หรือฮอร์โมนเพศบางชนิด มีผลข้างเคียงทำให้เป็นฝ้าได้ เช่น ยากันชักกลุ่มฟีไนโทอีน และกลุ่มยาที่มีปฏิกิริยาไวต่อแสง แต่หากจำเป็นต้องใช้ ควรสอบถามแพทย์ หรือเภสัชกรถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจ เพราะอาจมียาชนิดอื่นที่ทดแทนกันได้โดยไม่มีผลข้างเคียง

 

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมุมมองของคนใส่ “รองเท้าแตะสวม เปิดส้น”

บ้านสวนพอเพียง - 16 สิงหาคม, 2021 - 15:18
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

 

หากจะพูดถึงเรื่องรองเท้าแตะสวม เปิดส้นใส่สบายคู่นี้ ก็คงจะมีเรื่องให้ได้ถกเถียงกันไม่มากนัก แต่ถ้าเปลี่ยนโฟกัสจากตัวรองเท้ามาเป็น ‘มุมมอง’ ของผู้สวมและผู้พบเห็นกันบ้างล่ะ เชื่อว่าคงจะมีมากมายหลายประเด็นเลยทีเดียว โดยใครที่อยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติม บทความฉบับนี้ได้รวบรวมหัวข้อที่น่าสนใจมาไว้ให้คุณแล้ว ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลยดีกว่า !

 

  • รองเท้าแตะ กับ กาลเทศะ

เรื่องที่ว่าการใส่รองเท้าแตะใส่สบายจะถูกหรือผิดนั้นก็ขึ้นอยู่กับ ‘กาลเทศะ’ นี่แหละ เพราะนี่เป็นสามัญสำนึกทางสังคมที่เรายึดถือกันมาอย่างช้านาน โดยหากคุณจะสวมรองเท้าแตะนุ่ม ๆ อยู่บ้านหรือออกไปเดินเล่นข้างนอกก็ไม่มีใครว่าอะไรและเป็นเรื่องปกติเสียด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้จะส่งผลในทางกลับกัน เมื่อคุณสวมใส่ไปยังสถานที่สำคัญอย่าง สถานที่ราชการ, ศาล หรือในวาระที่ต้องพบกับผู้อาวุโสกว่า อันเนื่องมาจากการแต่งกายนั้น ถือเป็นการให้เกียรติในเชิงสัญญะรูปแบบหนึ่งนั่นเอง

 

  • สังคมที่ดีเริ่มจากการให้เกียรติกัน

จากสภาพสังคมในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ผู้คนมีอิสระในการแสดงออกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะแบบนี้เรายิ่งต้องระมัดระวังท่าทีให้อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ คล้ายกับเรื่องของการแต่งกายที่นับเป็นการให้เกียรติทางสังคมรูปแบบหนึ่ง ทั้งแก่ผู้อื่นและสถานที่ที่เราไปเยือน ฉะนั้น หากคุณจะสวมรองเท้าแตะใส่สบาย เดินเยอะออกไปข้างนอก ก็ขอให้พึงระลึกถึงบริบททางสังคมอยู่เสมอ

 

 

  • ใส่รองเท้าแตะไม่ผิดอะไร ติดที่ต้องเลือกสักนิด

ความจริงแล้ว การใส่รองเท้าประเภทนี้ก็เปรียบเสมือนวัฒนธรรมของสังคมไทยรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า คนในครอบครัวทุกคนต่างก็มีเป็นของตนเอง หรือแม้แต่กับคนแปลกหน้าที่บังเอิญเดินสวนกันก็ตาม แต่ทั้งนี้หากเราเลือกรองเท้าได้ไม่ดี ก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพเท้าของเราได้ ดังนั้นขอแนะนำให้ใช้เป็นรองเท้าแตะสวมเพื่อสุขภาพจะดีกว่า ที่นอกจากจะถอดเข้าถอดออกง่ายดายแล้ว ยังช่วยให้คุณไม่รู้สึกเจ็บปวดเท้าขณะที่ต้องเดินไปไหนมาไหนเป็นเวลานานอีกด้วย

 

ทั้งหมดนี้คือมุมมองของคนส่วนใหญ่ที่มีต่อรองเท้าแตะสวม เปิดส้นในสังคมไทย ซึ่งเราได้นำมาแชร์ให้รู้กันในวันนี้ โดยหวังว่าคุณคงจะเข้าใจได้และเลือกนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง เพราะอย่าลืมว่าการแต่งกายเปรียบเสมือน ‘การให้เกียรติ’ รูปแบบหนึ่ง ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะสวมรองเท้าแตะใส่สบายไปที่ใด ก็ขอให้คำนึงถึงสถานที่ วาระ และตัวบุคคลอยู่เสมอ เพียงเท่านี้ก็ไม่มีใครมาว่าอะไรเราได้อีกต่อไป

 

โครงหน้าสวยรับทรัพย์โหงวเฮ้งดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

บ้านสวนพอเพียง - 12 สิงหาคม, 2021 - 17:19
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

หลายคนเชื่อว่า คนเก่งนั้นไม่ปังเท่ากับคนมี่โชคดีและมาพร้อมกับดวง ซึ่งเรื่องนี้นั้นก็ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ เพราะคนเก่งนั้นต่างก็เก่งในเรื่องที่แตกต่างกัน ส่วนคนที่มาพร้อมกับดวงและความโชคดี เราอาจจะสังเกตจากคนรอบตัวที่ไม่ว่าจะทำอะไร ทำสิ่งไหน ต่างก็ประสบความสำเร็จได้ ความโชคดีนั้น เราจะสร้างได้อย่างไร แล้วทำอย่างไรถึงจะโชคดีมีชัยขนาดนั้น

เมื่อเราพิจารณา ตรวจสอบใบหน้าของตนเองหน้ากระจก เราต่างก็พึงพอใจกับสิ่งที่เราได้เห็น แต่ถ้าเราเอาหลักโหงวเฮ้งมาตรวจสอบ หรือปรึกษาผู้ที่มีความรู้เรื่องหลักโหงวเฮ้งว่า รูปหน้า หน้าตา ปาก จมูก ของเรานั้นมีผลดีต่อตัวของเรามากน้อยเพียงใด ถ้าอิงตามหลักโหงวเฮ้ง คนที่มีหน้าตาสวยหล่อ แต่อาจจะไม่ตรงตามหลักโหงวเฮ้งก็ได้ มีหลายกรณี เช่น คนที่มีรูปจมูกสวย แต่ไม่มีโชคทางด้านการเงิน พอได้ปรึกษาทางด้านโหงวเฮ้ง ให้ไปเสริมจมูกให้ได้รูปทรงที่เหมาะสม เพื่อให้มีความโชคดีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงเลือกเสริมจมูกเพื่อให้ได้ทรงตามที่ต้องการตามหลักโหงวเฮ้ง และมีคนมารีวิวเสริมจมูกกันอย่างมากมาย ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ เราก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ มีเพียงแต่ผู้ที่ประสบเองเท่านั้นถึงจะอธิบายเรื่องแบบนี้ได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลเกี่ยวกับโหงวเฮ้งจมูกจากเว็บไซต์สนุกด็อทคอมแชร์ไว้ว่า จมูก เปรียบกับภูเขาที่สูงใหญ่ คือ ศูนย์กลางของภูเขาทั้งห้า ถ้าหากมีจมูกเป็นธาตุดิน คือ สีเหลือง ความยาวของจมูก เท่ากับหนึ่งส่วนสามของใบหน้า อายุจรมาอยู่ที่จมูก 8 ปี นับตั้งแต่ช่วงอายุ 41 - 50 ปี จมูกอ่านเรื่องอำนาจ ความเชื่อมั่น ความขยันอดทน ความกระตือรือร้น คู่ครอง ความรัก อุปนิสัยทางด้านการใช้เงิน การสร้างฐานะ โชคลาภ จมูก แบ่งเป็นสามส่วน รวมกันเรียกว่า สันจมูก ได้แก่ ส่วนดั้ง อ่านเรื่องอำนาจ ความเชื่อมั่น ส่วนปล้อง อ่านเรื่องคู่ครอง ความรัก ส่วนปลาย อ่านเรื่องการเก็บสะสม การสร้างฐานะ โชคลาภ คนจีนเรียกเศรษฐีว่า จ่อซัว คนไทยเรียกว่า เจ้าสัว เพราะเศรษฐีส่วนมากมีจมูกที่สวยเด่นตั้งเป็นวงกลมรับกัน จมูก คือที่ลำเลียงสมบัติมาเก็บคลัง สันจมูก คือ ท่อลำเลียง สันจมูกหนาตรง แสดงว่า มีการเงินเข้าที่ดีมากตลอดชีวิต ผู้หญิงสันจมูกหนา ปีกจมูกมีเนื้อจมูกมิดชิด เป็นคนที่ส่งเสริมสามีได้ดีมาก แม้ว่าโหงวเฮ้งสามีไม่ดีก็สามารถช่วยได้ ดั้งจมูกแบน เป็นคนที่ถูกชักจูงได้ง่าย เชื่อคนง่าย จิตใจอ่อนไหว ดั้งจมูกยุบบี้ เป็นคนที่ทำคุณคนไม่ขึ้น ขาดความเชื่อมั่น ขาดความกระตือรือร้น มักขัดกับสายงานอยู่เสมอ อาจถูกลิดรอนบั่นทอนอำนาจ ทำให้มีปัญหากับตำแหน่งหน้าที่การงาน ปล้องจมูก เป็นกระดูกปูดโปนคล้ายปล้องตาอ้อย เป็นคนที่มักมีปัญหาทางด้านคู่ครอง ได้คู่ที่ไม่ได้ดั่งใจ ต้องตกอยู่ในพุ่มม่าย หากอายุจรมาถึงช่วงวัย 44 - 45 อาจจะมีปากเสียงกับคู่ครองอย่างรุนแรง หรืออาจมีการพลัดพรากจากคู่ครอง ไม่จากเป็นก็ต้องจากตาย ส่วนปลายจมูก หมายถึงที่เก็บเงิน ปลายจมูกกลมมนมิดชิด เป็นคนเก็บเงินเก่ง การใช้จ่ายเงินเป็นระเบียบ มีกฎเกณฑ์และขั้นตอนที่เรียบร้อย ชอบสะสมเงินทอง ปลายจมูกแหลม เป็นคนที่กล้าใช้จ่ายเงินทองโดยไม่คิดจะเก็บ พอใจของสิ่งใดก็ซื้อโดยไม่คิดให้รอบคอบ ปลายจมูกแหลมเป็นกระดูก เป็นคนที่มักมีปัญหาทางด้านการเงินอยู่เสมอ ขาดการวางแผนทางด้านการใช้จ่าย ทางด้านการงานไม่มีความอดทนในการทำงาน มีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายการงานบ่อย ปลายจมูกคล้ายจะงอยปากนกแก้ว เป็นคนเลือดเย็น หายใจเข้าออกเป็นเงินเป็นทอง

 

 

หุ่นสับหุ่นสวยเหมือนนางแบบเมื่อเลือกเสริมสะโพกอย่างปลอดภัย

บ้านสวนพอเพียง - 12 สิงหาคม, 2021 - 17:18
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

หุ่นและรูปร่างที่ได้สัดส่วน ไร้ไขมันส่วนเกินคือ หุ่นที่สาวๆหนุ่มๆต่างก็ใฝ่ฝัน แต่กว่าจะได้หุ่นสวย ลีน ไร้ไขมันนั้น เราจะต้องเข้มงวดกับตัวเองเป็นอย่างมากทั้งในเรื่องวินัยในการออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำให้ได้ปริมาณที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย และรวมไปถึงโภชนาการในการรับประทานอาหารที่จะต้องเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกาย และลดการทานอาหารที่มีไขมันและความหวานที่มากเกินไป

หากเราจะเลือกการมีหุ่นในฝัน หุ่นสวยที่เราต้องการ อย่างการมีเอวเล็ก สะโพกผาย แต่โครงกระดูกของร่างกายเราที่อาจจะใหญ่เกินไป การลดน้ำหนักและการออกกำลังกายอาจจะยังไม่เห็นผลได้ชัดเจนมากนัก เพราะฉะนั้นแล้วการเลือกศัลยกรรมอย่างการเสริมสะโพก อาจจะเป็นทางเลือกของการมีหุ่นสวยที่รวดเร็วและมีความปลอดภัยเมื่อเราเลือกศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ แต่ถ้าใครที่ไม่อยากเจ็บและเสี่ยงในเรื่องของการผ่าตัด ก็อาจจะเลือกการออกกำลังกายที่จะต้องมีเทรนเนอร์ส่วนตัวที่มีความรู้ในการปั้นสะโพกได้ จากเว็บไซต์ thongmeman ได้แชร์ท่าออกกำลังกายปั้นก้นไว้ว่า ท่าที่ 1 ท่าเรนโบว์ สำหรับใครที่อิจฉาก้นสวยๆ ของเหล่าดารานางแบบหลายคน นี่คือเคล็ดลับ ท่าเรนโบว์จะช่วยบริหารกลุ่มกล้ามเนื้อบริเวณบั้นท้าย (glutes) ทั้งบนและล่าง แถมยังช่วยให้กล้ามหน้าท้องแข็งแรงขึ้นเป็นผลพลอยได้ด้วย วิธีฝึก เข้าท่าเตรียมด้วยท่าคลาน วางฝ่ามือให้ตรงกับหัวเข่า แขนตรง เข่าแยกออกให้พอดีกับสะโพก หลังและ ลำคอ เหยียดตรง ยกขาซ้าย ทำมุม 45 องศา จากนั้นยกขาสูงจากตำแหน่งเดิม ไขว้ข้ามขาขวา ให้ปลายนิ้วเท้าซ้ายแตะพื้นข้างขวา กลับเข้าท่าเริ่มต้น นับเป็น 1 รอบ ทำทั้งหมด 20 รอบทำสลับขาขวา ทำอีกทั้งหมด 20 รอบ ท่าที่ 2 ท่าดองกี้ คิก ท่านี้ถือเป็นท่าขวัญใจของสาวๆ หลายคน โดยจะช่วยบริหารกล้ามเนื้อที่บริเวณต้นขาส่วนบน กล้ามเนื้อก้น และยังช่วยกระชับบั้นท้ายด้วย แถมยังช่วยฝึกการทรงตัวได้อีกต่างหาก วิธีฝึก เข้าท่าเตรียมด้วยท่าคลาน วางฝ่ามือให้ตรงกับหัวเข่า แขนตรง เข่าแยกออกให้พอดีกับสะโพก หลังและ ลำคอ เหยียดตรง ยกขาซ้ายขึ้นจากพื้น งอเข่าซ้ายตั้งฉากให้ปลายเท้าชี้ไปด้านหลัง เกร็งสะโพกเล็กน้อย ยกเข่าซ้ายขึ้น-ลง 20 ครั้ง โดยไม่ให้เข่าแตะพื้น สลับมาทำข้างขวาอีก 20 ครั้ง ท่าที่ 3 ขาสวยด้วยท่าเสือ ท่าเสือ เป็นอีกท่าหนึ่ง ที่ช่วยให้ขาเรียวสวย สะโพกได้รูป ช่วยคลายแผ่นหลัง นอกจากนี้ ยังช่วยผ่อนคลายเส้นประสาทไขสันหลังและกระดูกสันหลัง ช่วยคลายข้อขาส่วนบนและข้อสะโพก ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้มดลูก ระบบเจริญพันธุ์ ระบบย่อยอาหาร กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และลดไขมันที่สะโพกและต้นขา วิธีฝึก เข้าท่าเตรียมด้วยท่าคลาน วางฝ่ามือให้ตรงกับหัวเข่า แขนตรง เข่าแยกออกให้พอดีกับสะโพก หลังและ ลำคอ เหยียดตรง เท้าด้านหลังให้หน้าเท้าราบไปกับพื้น หายใจเข้า เงยหน้าขึ้น กดกระดูกสันหลังหลังลง หลังจะเป็นเส้นโค้ง ยกขาซ้ายขึ้นด้านหลังให้สูงกว่าศีรษะ หายใจให้เต็มปอดและค้างไว้ 3 วินาที หายใจออก โก่งหลังขึ้น งอเข่าซ้าย ดันขามาติดกับหน้าผากที่ก้มหน้าลง โดยพยายามไม่ให้เท้าซ้ายติดพื้น ต้นขาซ้ายติดกับอก วางเท้าซ้ายลง แล้วยกขึ้นเข้าท่าที่ 2 ทำ 5 ครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นขาขวาอีก 5 ครั้ง

 

 

เด็กในวันซนคือวัยที่กำลังค้นหาตัวเองและพร้อมผจญภัยในโลกกว้าง

บ้านสวนพอเพียง - 10 สิงหาคม, 2021 - 17:45
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

ผู้ใหญ่ทุกคนต่างก็เคยผ่านการเป็นเด็กมาแล้วทั้งสิ้น และรู้ดีว่า การเป็นเด็กนั้นมีทั้งเรื่องยากมากมายในชีวิตที่เราคิดไม่ตกและพยายามแก้ปัญหานั้น เมื่อเรามองย้อนกลับไป เราก็พบว่า ปัญหาเหล่านั้นมันไม่ได้ใหญ่สำหรับคนเป็นผู้ใหญ่ แต่มันเหมือนปัญหาที่หนักหนามากสำหรับเด็กๆในวัยนั้น ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะในการแก้ปัญหาและการตัดสินใจ

การเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพนั้น ล้วนมาจากการมีพื้นฐานที่ดีของการเป็นเด็กที่รู้จักผิดชอบชั่วดีและพร้อมพัฒนาตนเองจากความผิดพลาด ยอมรับและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างกล้าหาญและชาญฉลาด จึงไม่แปลกใจว่า เด็กใน Generation รุ่นใหม่ จะเน้นไปที่การเติบโตมาด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นหรือผู้ร่วมโลก เพราะนั่นคือสิ่งที่ประชากรโลกพึงปฏิบัติ แต่ถ้าย้อนเวลาไปอีก ในวัยเด็กที่เรากำลังเข้าสู่เตรียมอนุบาล เนอร์เซอรี่ หรือ อนุบาล วัยนี้นั้น ได้ชื่อว่ามีความซนที่ไร้ขีดจำกัด เพราะเป็นวัยที่เริ่มสนใจสิ่งต่างๆรอบข้างและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นวัยที่ค้นหาความเป็นตัวเองและพร้อมที่จะทำในสิ่งต่างๆ นั่นก็คือ การผจญภัยในโลกกว้างที่เขาเพิ่งจะทำความรู้จักได้เพียงไม่กี่ปี เพราะฉะนั้นแล้วกิจกรรมที่เราควรส่งเสริมให้เด็กในวัยนี้ทำ บทความนี้แชร์มาจากเว็บไซต์อัมรินทร์เบบี้แอนด์คิดส์ ซึ่งแชร์ไว้ว่า กิจกรรมเด็กวัยอนุบาล เล่นอยู่บ้านก็สนุกได้ ในครอบครัวที่มีลูกมากกว่า 1 คน เด็กๆ ก็จะมีเพื่อนพี่น้องเล่นด้วยกันเยอะหน่อย แต่ไม่ว่าจะมีลูก 1 หรือ 2 คน ก็ไม่ควรปล่อยให้ลูกๆ เล่นกันเอง หรือเล่นคนเดียว เพราะการเล่นจะเกิดประโยชน์กับตัวเด็กได้นั้น สิ่งสำคัญต้องมาจากพ่อแม่ ที่ต้องเป็นเพื่อนเล่นไปด้วยกันกับลูก คอยชี้แนะนำว่ากิจกรรมนี้เล่นยังไง ของเล่นชิ้นนี้เล่นแบบไหนถึงจะสนุก มีส่วนร่วมไปกับทุกๆ กิจกรรมที่ลูกเล่น จะช่วยให้เล่นได้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการได้ใช้เวลาร่วมกันของพ่อแม่ลูก ช่วยให้สร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วย ตัวต่อของเล่น Lego Lego หนึ่งในของเล่นที่เหมาะจะเล่นกับลูกวัยอนุบาลมาก ให้เลือกรุ่นตัวต่อเลโก้ที่เพิ่มความซับซ้อนขึ้นมาจากระดับต่อพื้นฐาน เด็กๆจะได้ฝึกสมาธิ และฝึกทักษะพัฒนาการสมองมีการคิดวางแผน มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะเมื่อต่อเสร็จแล้ว ยังจะเล่นบทบาทสมมติ เป็นพนักงานขายของ พนักงานคิดเงิน หรือคนไปซื้อของ เป็นต้น แปลงร่างลังกระดาษ คุณแม่ Work From Home มีเวลาที่บ้านกับลูกมากขึ้น หลังจากทำงานเสร็จแล้วก็ให้เวลาเล่นกับลูก ชวนกันหาลังกระดาษ หรือกระดาษแข็งที่มีอยู่ที่บ้าน มาตัด(การใช้กรรไกรคุณแม่แลอย่างใกล้ชิด) เป็นรูปร่างต่างๆ เช่น ดาบพระราชา มงกุฎ ฯลฯ ให้ลูกเล่นสนุก กิจกรรมนี้เป็นการฝึกให้ลูกใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเอาอุปกรณ์รอบตัวมาทำของเล่น ที่ถึงแม้ ไม่ได้ซื้อของเล่นชิ้นใหม่ เด็กๆ ก็ทำของเล่นเองได้ที่บ้าน ที่สำคัญคือยังได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรงเพิ่มขึ้นด้วย

 

 

ฝึกสมาธิให้ลูกในวัยเด็กและจำกัดการรับสื่อออนไลน์

บ้านสวนพอเพียง - 6 สิงหาคม, 2021 - 19:43
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

เมื่อการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆไม่มีวันสิ้นสุด และอายุเท่าไรก็ยังสามารถที่จะเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และแหล่งความรู้นั้นก็มีให้เลือกศึกษาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในห้องเรียน อย่างสถานศึกษาที่เราส่งลูกหลานไปเรียนเพื่อศึกษาหาความรู้ และฝึกระเบียบวินัยรวมไปถึงการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กๆในรุ่นราวคราวเดียวกัน และในวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างวันเสาร์อาทิตย์ เราก็ยังสามารถให้ลูกได้ทำกิจกรรมต่างๆที่เสริมความรู้ และยังได้ประสบการณ์ในด้านอื่นอีกด้วย

หากแต่การเรียนรู้นั้นไม่ใช่แค่มีเพียงในห้องเรียน และครูไม่ใช่บุคคลเพียงท่านเดียวที่จะมอบความรู้ให้แก่นักเรียน แต่เด็กๆสามารถหาความรู้ได้รอบๆตัว ได้จากการเล่น หรือแม้กระทั่งการดูการ์ตูน หรือรายการสำหรับเด็กๆผ่านออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะกำหนดเวลาในการใช้สื่อออนไลน์อย่างเคร่งครัด เพราะอาจส่งผลทางอ้อมในเรื่องสมาธิและสุขภาพสายตาของเด็กๆในอนาคตได้ ด้วยหลักสูตรการศึกษาที่หลากหลายที่ให้ผู้ปกครองได้เลือกให้แก่บุตรหลานเพื่อเตรียมตัวให้เขาเป็นประชากรโลกได้อย่างแข็งแกร่งนั้นก็มีทั้งหลักสูตรอเมริกัน และหลักสูตรอังกฤษอย่าง British international school Bangkok นอกจากนี้พ่อแม่ผู้ปกครองควรเริ่มฝึกสมาธิให้ลูกๆ ซึ่งเว็บไซต์ไมโลได้แชร์ไว้ว่า ลดสิ่งเร้ารอบข้าง ในขณะที่ลูกมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น อ่านหนังสืออยู่ ไม่ควรเปิดเพลงเสียงดัง ควรทำให้สภาพแวดล้อมให้เงียบสงบที่สุด จะเป็นการฝึกสมาธิเด็กกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า  สร้างแรงจูงใจ ผู้ปกครองอาจจะต้องเสริมแรงผลักดัน เพื่อให้มีกำลังใจการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้บรรลุเป้าหมาย เช่น ให้เล่นเกม 1 ชั่วโมงหลังจากที่ตั้งใจทำการบ้าน เด็กจะรู้สึกมีเป้าหมาย และจะตั้งใจทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ เลือกกิจกรรมหรือเกมฝึกทักษะ เด็กในแต่ละช่วงอายุจะมีกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป เด็กวัยอายุ 7-12 ปี เหมาะกับฝึกเล่นเกมที่มีกฏ กติกา หรือเลือกกิจกรรมฝึกสมาธิเด็ก ที่ได้เสริมสร้างประสบการณ์ไปในตัว เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ เป็นต้น   ลดความเครียด คลายความกังวล  ความเครียด และความกังวลส่งผลโดยตรงกับสมาธิของเด็กในวัยประถม คุณพ่อคุณแม่เป็นปัจจัยหลักสำคัญที่จะช่วยลดปัจจัยความเครียดรอบด้านได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางบ้าน หรือความเครียดจากตัวเด็กเอง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลูกหากิจกรรมคลายเครียดเพื่อให้ลูกผ่อนคลาย และสมองเปิดโล่งพร้อมตั้งสมาธิในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬากับลูก ไปจนถึง กิจกรรมที่ให้ความบันเทิงอย่างการฟังเพลง หรือเล่นดนตรี เป็นต้น  เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน หรือเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะกับเด็กอายุ 7-12 ปี จำพวกโปรตีนและแคลเซียม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและพัฒนาการของร่างกายให้พร้อมทำทุกกิจกรรม

 

 

เพราะการศึกษาคือสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญมากที่สุดสำหรับลูก

บ้านสวนพอเพียง - 6 สิงหาคม, 2021 - 19:42
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

สำหรับคนเป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีลูกหลานที่จะต้องดูแล แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับลูกหลานนั้นก็คือการได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน ซึ่งหลักสูตรการศึกษานั้นต่างก็มีความสำคัญและความจำเป็นสำหรับเด็กๆ เราไม่อาจละเลยรายละเอียดต่างๆได้ เพราะทุกรายละเอียดนั้นสำคัญสำหรับการพัฒนาศักยภาพของเด็กๆที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งด้านวิชาการ ด้านความคิดสร้างสรรค์และด้านสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง

ความสำคัญของการให้ความใส่ใจในเรื่องการศึกษาของบุตรหลานนั้น พิสูจน์ได้ว่า เราเป็นผู้ปกครองที่มีคุณภาพเช่นกัน เพราะเราไม่ผลักภาระการดูแลเด็กให้กับผู้อื่น เพราะสิ่งนี้คือการปฏิบัติร่วมกัน ทางสถานศึกษาและที่บ้าน สถานศึกษาทั้งรัฐบาล เอกชน หรือจะเป็นนานาชาติอย่าง international school in Thailand หรือ international school in Bangkok ต่างก็มีนโยบายที่เห็นความสำคัญในเรื่องการเรียนและการให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในเรื่องการศึกษา ที่บ้านควรสนับสนุนในเรื่องการทำกิจกรรมของเด็กๆและต้องหมั่นฝึกสมาธิให้เด็กด้วย ซึ่งทางเว็บไซต์ happyschoolbreak ได้แชร์ไว้ว่า การอ่านหนังสือให้ฟัง คิดตามแล้วอาจจะรู้สึกธรรมดา แต่ความธรรมดานั้นกลับแฝงมาด้วยคุณค่าที่มากมายเลยทีเดียวสำหรับกิจกรรมอย่างชวนลูกอ่านหนังสือ เพราะเมื่อเด็กๆ อ่านหนังสือ ความสนใจทั้งหมดจะมุ่งไปที่เรื่องราวในหนังสือโดยทิ้งโลกที่เหลือไว้เบื้องหลัง ดังนั้น ลองใช้เวลาสัก 15-20 นาทีก่อนไปโรงเรียน หรือก่อนนอนชวนลูกอ่านหนังสือ ลูกของเราจะมีสมาธิมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ชวนดูทีวี เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ว่า ทีวี หรือรายการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต จะต้องผ่านการคัดเลือกโดยพ่อแม่เพื่อให้เหมาะสมกับความรู้และวัยของเด็กๆ และต้องระวังเป็นอย่างยิ่งว่า เด็กที่มีอายุ 2 ขวบขึ้นไป สามารถเลียนแบบพฤติกรรมในรายการที่พวกเขาดูได้แล้ว เมื่อเลือกรายการที่ดีและกระตุ้นความสนใจของเด็กๆ เป็นที่เรียบร้อย ก็ให้ตั้งหัวข้อขึ้นมาจากนั้นให้พ่อแม่ลูกช่วยกันพูดคุยเกี่ยวกับรายการที่เพิ่งได้ดูจบไป ซึ่งนั่นหมายความว่า เด็กๆ จะต้องใช้มีสมาธิกับการดูรายการนั้นๆ มากทีเดียว เลือกเล่นเกมส์สสร้างสมาธิจากแอปพลิเคชั่นหรือคอมพิวเตอร์ อย่างเพิ่งหันหลังให้กับอินเทอร์เน็ตเสียทีเดียว เมื่อมันยังมีประโยชน์ต่อการพัฒนาความสามารถหรือสมาธิของเด็กๆ อยู่บ้าง ลองเลือกเกมให้เด็กๆ ได้เล่นดูบ้าง ซึ่งในปัจจุบันก็มีมากมายหลายเว็บ และหลายแอปพลิเคชั่น ฟรีซ! อารมณ์คล้ายเก้าอี้ดนตรี แต่แทนที่เมื่อเพลงจบทุกคนจะหาเก้าอี้ของตัวเองเพื่อนั่งลง ก็กลายเป็นว่าทุกคนต้องทำตัวนิ่งๆ ฟรีซตัวเองให้อยู่กับที่แทน โดยผู้ปกครองสามารถเลือกให้คละเคล้ากันได้ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว รวมไปถึงเพลงเร็วมากกกกกก เพื่อให้เด็กๆ ได้เต้นให้เข้ากับจังหวะ หรือจะท้าทายสมาธิของเด็กๆ โดยการเต้นให้ตรงกันข้ามกับจังหวะเพลงก็ได้ อย่างให้เต้นช้าๆ เมื่ออยู่ในจังหวะเพลงเร็ว

 

 

เลือกหลักสูตรที่ใช่และเพิ่มศักยภาพของลูกให้เด่นชัดออกมา

บ้านสวนพอเพียง - 4 สิงหาคม, 2021 - 20:02
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

หากเราตามเรื่องหลักสูตรการศึกษา เราจะทราบว่าในประเทศไทยนั้นมีหลากหลายหลักสูตรให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้เลือกให้แก่ลูกหลาน แต่ละหลักสูตรก็จะมีทั้งความโดดเด่นและความนิยม ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรไทยเองที่เน้นความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความมีวินัย หรือจะเป็นหลักสูตรอเมริกัน อังกฤษ แม้กระทั่งหลักสูตรแคนาดาอย่าง Canadian international school ที่เข้ามาเพิ่มความน่าสนใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองที่เลือกจะส่งบุตรหลานเข้าไปเรียนรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพและเติมเต็มความรู้ความสามารถในด้านต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าจะมีหลักสูตรหลากหลายให้เลือก แต่พ่อแม่เองก็ไม่ควรมองข้ามความต้องการของลูก เพราะเขาคือผู้ที่จะต้องเข้าศึกษาและหากหลักสูตรนั้นไม่ตอบโจทย์ในการเพิ่มศักยภาพของเขา เราอาจจะต้องเสียทั้งเงินและเวลา เพราะทุกหลักสูตรนั้นต่างก็สร้างมาเพื่อพัฒนาและให้ความรู้แก่เด็กๆ และเด็กๆเองนั้นก็เปรียบเสมือนต้นกล้าต้นเล็กๆที่ต่างก็เหมาะกับป่าที่ต่างประเภทกัน นั่นก็หมายความว่า หากเราเจอหลักสูตรที่ใช่สำหรับเด็ก เด็กก็จะได้รับความรู้และความสนุกอย่างเต็มที่ ซึ่งเว็บไซต์ไมโลได้แชร์บทความเกี่ยวกับเด็กวัย 9- 10 ปีไว้ว่า ลูกวัย 9 ปี ผ่านมาถึงครึ่งทางของลูกวัยประถม เด็กวัยนี้จะเริ่มมีเหตุผลและความรู้รอบตัวกว้างขึ้น เราจะสังเกตได้ว่า ลูกเริ่มรู้จักการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ฟังเหตุผลมากขึ้น เรียกได้ว่ามีพัฒนาการทางอารมณ์ค่อนข้างชัดเจน ในขณะเดียวกันเด็กวัยนี้ก็ต้องการอิสรภาพมากขึ้นในการทำสิ่งต่าง ๆ กิจกรรมเด็กประถมที่อายุอยู่ในช่วงวัยนี้จึงควรเป็นกิจกรรมที่เขาได้มีโอกาสในการเลือกทำด้วย หรือหากเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กประถมที่พ่อแม่เห็นว่าเหมาะสมกับลูกและต้องการพาไปก็ควรมีการอธิบายเหตุผลให้ลูกฟังว่า เพราะอะไรถึงพามาทำกิจกรรมนี้ อย่างเช่นการพาไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะที่เอื้อต่อการพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ หรือการพาไปชมการแสดง อย่างเช่น ละครหุ่น ละครใบ้ หรือภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเหมาะกับเด็ก ซึ่งกิจกรรมอย่างหลังนี้ พ่อแม่สามารถใช้เป็นโอกาสในการฝึกและอธิบายให้ลูกรู้ว่า พฤติกรรมอย่างไรที่แสดงในที่สาธารณะได้ พฤติกรรมแบบไหนที่ไม่ควรทำ นอกจากเด็กจะสนุกแล้วและเขายังได้ฝึกพัฒนาการทางอารมณ์ไปด้วยในเวลาเดียวกัน ลูกวัย 10 ปี พัฒนาการทางสติปัญญาคือจุดเด่นของลูกวัยนี้ เด็กมีการใช้ความคิดและเหตุผลกับสิ่งต่างๆ มากขึ้น และมีทักษะการแก้ปัญหาที่ดีขึ้น สามารถตัดสินใจด้วยด้วยตัวเองได้ในหลายเรื่อง กิจกรรมสำหรับเด็กประถมอีกอย่างหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกในวัยนี้ทำได้โดยไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรเป็นพิเศษและไม่ต้องออกจากบ้าน ก็คือการฝึกให้ลูกทำงานบ้านง่ายๆ ที่เขาสามารถรับผิดชอบได้ หรือการฝึกทำอาหารเช้าง่าย ๆ สำหรับตัวเด็กเอง เพราะในการทำงานบ้านบางครั้งก็ต้องอาศัยการแก้ปัญหาบางเรื่องเช่นกัน ลูกจะได้มีทักษะเรื่องนี้มากขึ้น และมั่นใจในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ เพิ่มขึ้น ส่วนกิจกรรมนอกบ้านเด็กวัยนี้จะเริ่มแสดงออกชัดเจนว่าชอบอะไร หน้าที่ของพ่อแม่คือสังเกตและพูดคุยเพื่อให้เข้าใจความสนใจของลูกมากขึ้น หรือบางครั้ง ลูกอาจเป็นฝ่ายบอกเองว่าอยากจะไปไหนหรือทำอะไร ซึ่งเราควรเปิดโอกาสให้เขาเสนอความคิดและรับฟังเหตุผลของลูกก่อนจะอนุญาตหรือปฏิเสธ แต่หากจะปฏิเสธอะไรกับลูกวัยนี้ ต้องอย่าลืมว่า การให้เหตุผลเป็นเรื่องสำคัญ

 

เพราะลูกไม่ใช่แค่เด็กซนธรรมดา แต่เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้ค้นหาตัวตน

บ้านสวนพอเพียง - 4 สิงหาคม, 2021 - 20:00
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

ในวัยเข้าสู่ชั้นประถม เด็กๆจะเริ่มมีความสนใจในสิ่งที่เขารักมากขึ้น และแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองอย่างเด่นชัด อาจจะมีขัดใจและโต้เถียงกับพ่อแม่ผู้ปกครองบ่อยครั้ง แต่นั่นก็คือการพัฒนาไปตามวัยของเขาเอง พ่อแม่ผู้ปกครองอาจจะยังไม่เข้าใจ ซึ่งถ้าหากมีความกังวลในเรื่องนี้ การปรึกษาจิตแพทย์เด็กถือเป็นทางออกที่ดีมากๆและยังสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเข้าใจกันและกันมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ใช่ความผิดของเด็กเลย หากเขาจะมีความซนและความอยากลองในเรื่องใดที่พ่อแม่อาจมองและกังวลว่าเป็นสิ่งอันตราย

หลักสูตรปฐมวัยหรือประถมศึกษานั้น แน่นอนว่าถ้าเป็นโรงเรียนรัฐบาลก็จะมีความแตกต่างอย่างมากในเรื่องหลักสูตรหากเทียบกับโรงเรียนนานาชาติในระดับชั้นประถมศึกษา elementary international school Bangkok เพราะหลักสูตรโรงเรียนรัฐบาลยังคงเน้นท่องจำและไม่ได้ให้เด็กตั้งคำถามมากนัก เด็กจะถูกป้อนความรู้ข้อมูลซึ่งไม่อาจนำมาต่อยอดหรือโต้แย้งได้หากข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเป็นหลักสูตรจากต่างประเทศหรือนานาชาติ เด็กจะมีอิสระด้านความคิด การวิเคราะห์และการตั้งคำถาม ครูจะมีหน้าที่แค่เพียงไกด์ไลน์ให้เท่านั้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเด็กทั้งสองหลักสูตรถึงมีทัศนคติที่แตกต่างกันในการดำเนินชีวิต อย่างไรก็ตามการเลือกกิจกรรมให้เด็กในวัยซนนี้ทำนั้นคือสิ่งที่เด็กสามารถเล่นได้อย่างเต็มที่ซึ่ง ในเว็บไซต์ไมโลได้แชร์ไว้ว่า กิจกรรมสำหรับเด็กประถมในช่วงวัย 6-7 ปีนี้เป็นช่วงที่เด็กวัยนี้จะเข้าใจคอนเซปต์ของสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นกว่าวัยอนุบาล มีความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องรอบตัว แต่ไม่ใช่วัยที่เราจะคาดหวังให้เขามีสมาธิอยู่กับกิจกรรมได้ยาวๆ เด็กวัยนี้จะมีอาการคล้ายเด็กไฮเปอร์หรือเด็กสมาธิสั้น ถ้าเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลา ควรแบ่งกิจกรรมนั้นออกเป็นกิจกรรมย่อยๆ เพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกว่าใช้เวลานานเกินไป กิจกรรมสำหรับเด็กที่เหมาะกับช่วงวัยนี้อาจเป็นงานศิลปะที่ไม่ซับซ้อน แต่ให้เขาได้ใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็กในการตัด แปะ พับสิ่งต่างๆ หรืออาจจะเริ่มแนะนำให้ลูกรู้จักกับดนตรี เพราะวัยนี้สามารถจับจังหวะและแยกความแตกต่างระหว่างเสียงเครื่องดนตรีต่างๆ ได้ ส่วนลูกวัย 8 ปี ความแตกต่างที่พ่อแม่จะเริ่มสังเกตได้ในลูกวัยนี้ก็คือ ลูกจะสามารถมีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมที่ทำได้นานขึ้น ความอยากรู้อยากเห็นยังคงมีเหมือนวัยก่อนหน้า แต่พ่อแม่ต้องเตรียมรับมือกับคำถามที่มากขึ้น ในช่วงวัยนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะหากิจกรรมสำหรับเด็กประถมที่เหมาะสมกับลูกได้ง่ายขึ้น เพราะด้วยพัฒนาการทางอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นตามวัย ลูกจะสามารถแสดงออกได้ชัดเจนขึ้นระหว่างกิจกรรมที่ชอบและไม่ชอบ เพราะฉะนั้นกิจกรรมสำหรับเด็กที่เหมาะกับวัยนี้ควรจะสอดคล้องกับสิ่งที่ลูกสนใจ ตัวอย่างเช่น หากเราสังเกตว่าลูกเริ่มชอบอ่านนิทานด้วยตัวเองมากขึ้น แทนที่จะเป็นฝ่ายให้คุณพ่อคุณแม่อ่านให้ฟังอย่างเดียว เราอาจจะชวนลูกไปร้านหนังสือ ให้เขาเลือกหนังสือที่ชอบ พอเขาอ่านแล้ว ก็อาจจะชวนคุยถึงนิทานเรื่องนั้น หรือให้เขามาเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟังทีหลังว่า หนังสือที่ซื้อมานั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร วิธีนี้จะช่วยให้ลูกได้ฝึกพัฒนาการด้านสติปัญญาผ่านการใช้ภาษา ทั้งการอ่านและการถ่ายทอดเรื่องราวนั้นให้คนอื่นฟังอีกต่อ

 

 

หน้า

Subscribe to โรงพยาบาลภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ตัวดึงฟีด